ข้อบังคับ
สมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

คำปรารภ

โดยที่สมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด ซึ่งมีชื่อเดิม คือ “สมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอด” ได้ก่อตั้งและจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๓ แต่ข้อบังคับที่เป็นธรรมนูญขององค์กรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังมิได้เปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงให้ทันต่อสถานการณ์ ดังนั้น ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๒ จึงได้มีความเห็นของสมาชิกส่วนหนึ่งที่จะให้มีการแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ โดยผู้ที่จะมาแก้ไขข้อบังคับจะต้องมาจากบุคคลที่หลากหลาย ซึ่งคณะกรรมการบริหารได้ดำเนินการคัดเลือกตัวแทนของสมาชิกในแต่ละรุ่นโดยให้ตัวแทนของสมาชิกคัดเลือกกันเองเพื่อเป็นตัวแทนในการยกร่างข้อบังคับของสมาคมฯ และการดำเนินงานต่างๆ ได้เสร็จสิ้นแล้ว จึงได้นำเสนอให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๔ร่วมกันพิจารณา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

หมวดที่ ๑

ความทั่วไป

ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด” ใช้อักษรย่อว่า สศชพบ เรียกเป็นชื่อภาษาอังกฤษว่า “THE VOCATIONAL TRAINING AND SKILL DEVELOPMENT CENTER FOR THE BLIND ALUMNI ASSOCIATION” ย่อว่า VSBAA

ข้อ ๒. เครื่องหมายของสมาคม มีลักษณะเป็นรูปนักศึกษาตาบอดเข้าแถวยืนตรงเคารพธงชาติ ด้านบนมีชื่อ “สมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด” ด้านล่างมีชื่อย่อภาษาอังกฤษ VSBAA

 

(รูปเครื่องหมายของสมาคม)

ข้อ ๓. สำนักงานของสมาคม  ตั้งอยู่ ณ  เลขที่  ๑๒๖/๔๔๐ – ๔๔๑  การเคหะชุมชนนนทบุรี  หมู่ที่ ๕  ถนนสุขาประชาสรรค์  ตำบลปากเกร็ด  อำเภอปากเกร็ด  จังหวัดนนทบุรี   ๑๑๑๒๐

ข้อ ๔คำนิยามตามข้อบังคับฉบับนี้

สมาคม หมายถึง  สมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

ศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด หมายถึง  สถาบันที่ให้การศึกษาแก่คนตาบอด  ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงโรงเรียนศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอดนนทบุรี  ซึ่งเป็นชื่อเดิมของสถาบันด้วย

ศิษย์เก่า หมายถึง  นักศึกษาตาบอดที่สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานจากศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด ทั้งนี้ให้รวมถึงนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอดนนทบุรีด้วย

คณะกรรมการบริหาร หมายถึง  คณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

คณะอนุกรรมการ หมายถึง คณะอนุกรรมการสมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

สมาชิก หมายถึง  สมาชิกสมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

ข้อ ๕.    วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ

๕.๑ เป็นศูนย์กลางให้สมาชิกและศิษย์เก่าได้พบปะสังสรรค์  แลกเปลี่ยนความรู้  ความคิดเห็น และประสบการณ์  ตลอดจนเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด ให้สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุข

๕.๒ ส่งเสริมความสามัคคีและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่า นักศึกษาปัจจุบัน คณาจารย์และผู้บริหารของศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

๕.๓ ร่วมมือกับสมาชิกและองค์กรคนพิการอื่น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ โดยแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมตามระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

๕.๔ ส่งเสริมให้สมาชิกได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ  ในการประกอบอาชีพที่คนตาบอดสามารถทำได้ และส่งผู้แทนเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

๕.๕ ส่งเสริมและให้ความร่วมมือในกิจกรรมของศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด และธำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา

๕.๖ ส่งเสริมและดำเนินการด้านการกีฬาเพื่อสุขภาพและความเป็นเลิศ  ตลอดจนส่งผู้แทนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนากีฬาของคนตาบอดในทุกระดับ

๕.๗ ส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพการแพทย์แผนไทยเพื่อคนตาบอดให้มีมาตรฐานตามหลักสูตรต่างๆ ตลอดจนส่งผู้แทนเข้าไปมีส่วนร่วมในสภาการแพทย์แผนไทยตามที่กฎหมายกำหนดไว้

๕.๘ ส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกและครอบครัวประกอบอาชีพจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือสลากประเภทต่างๆ ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ พิมพ์ออกจำหน่าย

หมวดที่  ๒

สมาชิก

ข้อ ๖สมาชิกของสมาคมมี   ๓  ประเภท  คือ

๖.๑   สมาชิกสามัญ  ได้แก่  ศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานจากศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด

๖.๒  สมาชิกวิสามัญ  ได้แก่  ผู้ที่เป็นภรรยา หรือ บุตรธิดาของสมาชิกสามัญ  ที่สมัครเป็นสมาชิกของสมาคม

๖.๓  สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่  บุคคลผู้ทรงเกียรติ  หรือทรงคุณวุฒิ  หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม  ซึ่งคณะกรรมการบริหารมีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมและบุคคลผู้นั้นได้ตอบรับคำเชิญแล้ว  ให้คณะกรรมการบริหารมีมติเห็นชอบให้ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอดเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์โดยตำแหน่ง

ข้อ ๗. คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกของสมาคม จะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๗.๑   ต้องเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

๗.๒  ต้องไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

๗.๓  ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือ เสมือนไร้ความสามารถ หรือ ไร้ความสามารถ หรือ โทษจำคุก  ยกเว้นความผิดฐานประมาท  หรือ  ลหุโทษการต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดดังกล่าวต้องเป็นในขณะที่สมัครเป็นสมาชิก หรือ ในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๘. ค่าธรรมเนียม  ค่าบำรุงสมาคม  และหลักฐานในการสมัคร

๘.๑ ค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงสมาคม

๘.๑.๑ สมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครครั้งแรก รายละ ๕๐ บาท ค่าบำรุงรายปีๆละ ๑๐๐ บาท และค่าบำรุงตลอดชีพ ๓๐๐  บาท

สมาชิกประเภทรายปีจะต้องชำระค่าบำรุงให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคมของทุกปี  แต่ถ้ายังไม่ได้ชำระค่าบำรุงจะไม่มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิต่างๆ ของสมาคม จนกว่าจะได้ชำระค่าบำรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างน้อย  ๗  วัน นับแต่วันที่ได้ชำระเงิน

๘.๑.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

๘.๒ หลักฐานการสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมต้องประกอบด้วย

๘.๒.๑  รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว  หน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่น  จำนวน  ๓ ใบ

๘.๒.๒ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

๘.๒.๓ สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (เฉพาะสมาชิกสามัญ)

๘.๒.๔  สำเนาทะเบียนบ้าน

๘.๒.๕  สำเนาใบประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองจากศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด (เฉพาะสมาชิกสามัญ)

๘.๒.๖ ค่าธรรมเนียมและค่าบำรุง

ข้อ ๙. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม  ให้ผู้ประสงค์จะเป็นสมาชิกยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียน โดยมีสมาชิกสามัญรับรองคุณสมบัติอย่างน้อย ๑ คน และให้นายทะเบียนนำรายชื่อของผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหาร  ถ้ามติออกมาเป็นประการใดให้แจ้งผู้สมัครทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการบริหารได้พิจารณา

ข้อ ๑๐. สมาชิกภาพ

๑๐.๑   สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ  ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารมีมติรับรองการเป็นสมาชิก

๑๐.๒  สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์   ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการบริหารได้พิจารณามาถึงสมาคม

ข้อ ๑๑. การพ้นจากสมาชิก  สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยสาเหตุต่อไปนี้

๑๑.๑   ตาย

๑๑.๒  ลาออกโดยยื่นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการบริหาร โดยคณะกรรมการบริหารได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นต้องชำระหนี้สินที่ยังติดค้างให้แก่สมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

๑๑.๓  ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๗

๑๑.๔   ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือ คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน  ต้องให้สมาชิกผู้นั้นมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมใหญ่ และที่ประชุมใหญ่ได้มีมติด้วยเสียงข้างมากเสียก่อน

ข้อ ๑๒สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

๑๒.๑   สิทธิของสมาชิก

๑๒.๑.๑   มีสิทธิใช้สถานที่ของสมาคมทั้งนี้เป็นไปตามระเบียบการใช้อาคารสถานที่ของสมาคม

๑๒.๑.๒  มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร

๑๒.๑.๓   มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆของสมาคม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบของสมาคมว่าด้วยการใช้สวัสดิการสมาชิก

๑๒.๑.๔   มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๒.๑.๕   สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง  หรือแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริหาร และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ได้คนละ ๑ คะแนน  โดยไม่ให้ออกเสียงแทนกัน  ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งของสมาคม

๑๒.๑.๖    มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม โดยมีสมาชิกสามัญลงลายมือชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า  ๒๐  คน

๑๒.๑.๗    มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันจำนวน ๑ ใน  ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิกสามัญจำนวน ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

๑๒.๒  หน้าที่ของสมาชิก

๑๒.๒.๑   มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

๑๒.๒.๒  มีหน้าที่ปฏิบัติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

๑๒.๒.๓  มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของสมาคม

๑๒.๒.๔  มีหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมตามที่มีหนังสือแจ้งไปยังสมาชิก

๑๒.๒.๕  มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

๑๒.๒.๖   มีหน้าที่ชำระค่าบำรุงหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามที่กำหนดไว้

๑๒.๒.๗  มีหน้าที่เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี และการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่คณะกรรมการบริหารมีหนังสือแจ้งให้ทราบ

หมวดที่  ๓

การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ ๑๓. ให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่ง ซึ่งได้มาจากการเลือกตั้งในที่ประชุมใหญ่โดยจะต้องสมัครเป็นคณะเพื่อทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนอย่างน้อย ๗ คน อย่างมากไม่เกิน ๑๕ คน ซึ่งตำแหน่งและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร มีดังต่อไปนี้

๑๓.๑   นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม  เป็นผู้แทนของสมาคมในการทำนิติกรรม – สัญญาต่างๆ หรือติดต่อกับบุคคลภายนอก  ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารหรือการประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๓.๒  อุปนายกสมาคม  ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจกรรมสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมมอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมนั้นให้อุปนายกสมาคมตามลำดับเป็นผู้กระทำการแทน

๑๓.๓  เลขานุการ  ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด  เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานของสมาคม  และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม

๑๓.๔  เหรัญญิก  มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินการดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร หรือส่งให้ผู้สอบบัญชีจัดทำงบดุลประจำปี เก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

๑๓.๕ ปฏิคม  มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคม  เป็นหัวหน้าฝ่ายอาคารสถานที่ของสมาคม จัดเตรียมสถานที่ประชุมสัมมนาต่างๆ หรือการประชุมคณะกรรมการบริหาร หรือการประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๓.๖ นายทะเบียน  ทำหน้าที่ดูแลเอกสารเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม นำรายชื่อผู้สมัครใหม่เสนอให้คณะกรรมการบริหารพิจารณารับรอง ประสานงานกับเหรัญญิกในการเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

๑๓.๗ ประชาสัมพันธ์  ทำหน้าที่เป็นพิธีกรในการประชุมสัมมนาต่างๆ การจัดทำข่าวสารของสมาคมแจ้งให้สมาชิกทราบ  เผยแพร่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปได้รู้จักอย่างแพร่หลาย

๑๓.๘  กรรมการตำแหน่งอื่นๆ อีกไม่เกิน ๘ คน

ข้อ ๑๔. คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔  ปี สำหรับนายกสมาคมจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน ๒ วาระ ซึ่งการนับวาระในแต่ละครั้งให้เริ่มตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นต้นไป

เมื่อคณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระหรือพ้นวาระตามข้อ ๑๖ ให้จัดการเลือกตั้งภายใน ๓๐ วัน  นับแต่วันที่ครบวาระหรือวันที่พ้นจากตำแหน่ง

เมื่อที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้แล้ว  จะต้องทำการยื่นขออนุญาตจดทะเบียนต่อทางราชการภายใน ๓๐ วัน นับจากวันเลือกตั้ง

ในระหว่างที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ  ก็ให้คณะกรรมการบริหารชุดเก่ารักษาการไปพลางก่อน  จนกว่าคณะกรรมการบริหารชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

เมื่อคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการบริหารชุดเก่าและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๕. ตำแหน่งกรรมการบริหารถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ก็ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทน  แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๑๖.  กรรมการบริหารสมาคมอาจพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยสาเหตุต่อไปนี้

๑๖.๑    ตาย

๑๖.๒   ลาออก โดยให้ยื่นเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการบริหาร และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารมีมติให้ออก

๑๖.๓  ขาดจากสมาชิกภาพ

๑๖.๔   ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๗

๑๖.๕   ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการบริหารที่เข้าร่วมประชุม

ในกรณีนี้ ต้องให้สมาชิกผู้นั้นได้ชี้แจงเหตุผลต่อที่ประชุมใหญ่ และจะมีผลต่อเมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก

๑๖.๖    ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากตำแหน่งด้วยมติเสียงข้างมากในที่ประชุม

ข้อ ๑๗. ในกรณีที่นายกสมาคมพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๖ ให้ถือว่าคณะกรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ  และให้อุปนายกสมาคมตามลำดับเป็นผู้รักษาการและจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน ๓๐ วันนับจากวันที่นายกสมาคมพ้นจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๘. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

๑๘.๑ อำนาจของคณะกรรมการบริหาร

๑๘.๑.๑    มีอำนาจออกระเบียบต่างๆ เพื่อให้สมาชิกและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับสมาคมได้ปฏิบัติ โดยระเบียบนั้นจะต้องไม่ขัดกับข้อบังคับฉบับนี้

๑๘.๑.๒   แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคมเมื่อได้กระทำความผิดขั้นร้ายแรงจนเป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารหรือสมาคมได้รับความเสียหาย

๑๘.๑.๓     แต่งตั้งกรรมการบริหารในตำแหน่งที่ว่าง หรือคณะอนุกรรมการ/คณะทำงานฝ่ายต่างๆ หรือที่ปรึกษาสมาคมได้ตามความเหมาะสม แต่ให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระของคณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้ง

๑๘.๑.๔    มีอำนาจจัดประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อต้องการขอมติเร่งด่วนหรือเพื่อชี้แจงการบริหารงานต่อสมาชิก

๑๘.๑.๕    มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมตามนโยบายที่ได้แถลงไว้กับสมาชิก หรือตามแผนงานของสมาคมที่กำหนดไว้  แต่ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับข้อบังคับฉบับนี้

๑๘.๑.๖    มีอำนาจส่งผู้แทนของสมาคมเข้าร่วมกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์กับหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน

๑๘.๒ หน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

๑๘.๒.๑    มีหน้าที่จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในเดือนธันวาคมของทุกปี

๑๘.๒.๒   มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ  ตามที่สมาชิกจำนวน ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือสมาชิกสามัญจำนวน ๑๐๐ คน  ของสมาชิกสามัญทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

๑๘.๒.๓   มีหน้าที่จัดเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ ให้สมาชิกตรวจสอบเมื่อมีการเข้าชื่ออย่างน้อย ๒๐ คน โดยต้องจัดสถานที่และอำนวยความสะดวกให้อย่างเหมาะสมภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ร้องขอ

๑๘.๒.๔   จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สิน และการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจัดให้สมาชิกตรวจสอบดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

๑๘.๒.๕   มีหน้าที่จดบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจัดส่งให้สมาชิกหรือนำส่งให้หน่วยงานราชการรับทราบผลการดำเนินงานของสมาคมเป็นประจำทุกปี

๑๘.๒.๖   มีหน้าที่รับผิดชอบผลการดำเนินงานในกิจการต่างๆ รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินของสมาคม  ตลอดจนบริหารงานเพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

๑๘.๒.๗   มีหน้าที่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในข้อบังคับฉบับนี้อย่างเคร่งครัด

ข้อ ๑๙. คณะกรรมการบริหารต้องจัดให้มีการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือกิจการของสมาคม

ข้อ ๒๐. ในการประชุมคณะกรรมการบริหารจะต้องมีคณะกรรมการบริหารเข้าร่วมประชุมเกินกึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารทั้งหมด  จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

การลงมติในที่ประชุมให้กรรมการบริหารทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียงได้คนละ ๑ คะแนน

มติในที่ประชุมถ้าไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานใน

 

 

 

 

 

 

Share this...
Share on Facebook
Facebook
th ไทย
X